วันนี้นะครับจะพาไปดู power meter ที่น่าสนใจ 5 รายการใน 2019 มีตัวอะไรบ้างราคาไล่กันมาตั้งแต่ไม่ถึงหมื่นจนไปถึง 4 หมื่นกว่าบาทครับเดี๋ยวไปดูเลย ย้อนกลับไปนะครับผม 10 กว่าปีที่แล้วที่ power meterจะถูกนำมาใช้ในการแข่งขันจักรยานสามารถเอามาติดรถจักรยานได้ครับช่วงนั้นมีราคาสูงมากครับ 1 ตัวเนี่ยมีเงินหลักแสนเลยนะครับ เวลาผ่านมานานขนาดนี้ จากอุปกรณ์ที่หลายคนมองว่าสูงเกินเอื้อมแล้วไกลเกินฝันเป็นของเฉพาะสำหรับนักแข่งเท่านั้นมันไม่ใช่อีกต่อไปครับ เพราะว่าการแข่งขันในตลาด power meter ทำให้ power meter ราคาถูกลงเยอะและวันนี้ครับผม 5 ตัวที่ออกมาเรียบร้อยแล้วและน่าสนใจในปี 2019 จะมีอะไรบ้างนะครับไปดูกันเลยครับผม

ตัวแรกนะครับผมไปดูกันที่ power tab p2 บันได power meter จากค่าย Power tab ซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายที่พัฒนา power meter มาเป็นเจ้าแรกๆกันนะครับจากที่อยู่ที่ดุมล้อหลังก่อนหน้านี้ได้ออกพีวันออกมาเมื่อสัก 4-5 ปีที่ผ่านมาครับพีทูก็เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้นมาจาก p1 ครับใช้ถ่าน 3A นะครับผมด้านละ 1 ก้อนครับจุดเด่นอยู่ที่ความแม่นย้ำครับความเสถียรความทนและความถึก แน่ล่ะหาว่าหนาลึกล้ำขนาดนี้ครับผมมากับระบบคริสต์ของลูกครับ จุดอ่อนก็น้ำหนักเยอะไปนิดนึงนะ 400 กรัมนะครับต่อคู่ใครเคยใช้บันไดพาวเวอร์แท็บมาบ้างทั้ง p1 p2 ลอง comment ด้านล่างได้เลยครับว่าถูกใจชอบใจอย่างไรบ้างครับ

ตัวที่ 2 นะครับกับ state power meter lr ครับผมอันนี้เป็นเจนเนอเรชั่นที่ต่อมาจากขาซ้ายข้างเดียวของสเตทซึ่งสร้างชื่อมาในช่วงแรก เป็นคนแรกที่ทำให้ power meter ราคาถูกลงลดต่ำลงจนคนสามารถใช้สอยซื้อก็ได้ครับแล้วในที่สุดพวกเขาก็ออก 2 ข้างมาในระบบของ Stage lr ครับผมจุดเด่นก็ยังเหมือนเดิมครับว่าระบบการวัดเนี่ยวัดที่ขาจานซึ่งเขามาเป็นจุดที่ใช้ต้นทุนในการวัดในการสร้างเทคโนโลยีไม่สูงมากนะครับแล้วก็มีความเสถียรความน่าเชื่อมั่นที่ไว้ใจได้ครับผม ใครเคยใช้ stage มาบ้างครับมีปัญหาอะไรบ้างลองมาคอมเม้นคุยกันด้านล่างเลยนะครับแล้วในระบบ lr เนี่ยพัฒนาตัวเองขึ้นมาต่อจากรุ่นแรกอีกพอสมควรเลยนะครับ

 

ตัวต่อไปนะครับผมก็เป็น power meter ที่เขย่าวงการอีก 1 ตัวครับผมกับไอ้ 4iiii Precision ครับการเปิดตัวมาช่วงแรกๆเนี่ยให้ส่งขาไปติดเองที่นู่นอ่ะนะแต่ช่วงหลังพวกเขาได้เติบโตขึ้นเราก็ทำการติดตั้งตัววัดวัตต์มาบนขาให้เรียบร้อยแล้วจุดเด่นที่สุดของชุดนี้คือน้ำหนักที่เบามากครับผม น้ำหนักที่เพิ่มมาจากชุดจานปกติในขาข้างนั้นนะครับเพิ่มขึ้นมาแค่ไม่ถึง 10 กรัมต่อ 1 ชุดเท่านั้นเองดังนั้นเขาจึงเตรียมวันนี้คือ power meter ที่เบาที่สุดครับการวัดหน่วยวัดในระบบ 3 แกนจะมีการกรองข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากแรงขับดันออกไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาก็เลยถามว่าความแม่นน่าเชื่อถือครับผมอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจของแบรนด์นี้ก็คือการอัพเดทเฟิร์มแวร์ทำได้ดีมากแก้ไขปัญหาค่อนข้างบ่อยครับผม ใครที่เคยใช้ 4iiii บอกได้เลยว่าจะต้องติดใจครับผมใครมี 4iiii อยู่ในครอบครองลองเล่าให้ฟังหน่อยนะว่าใช้งานแล้วเป็นยังไงบ้างครับ

ชุดต่อไปนะครับเรามาดูการวัดวัตต์จากไปสไปเดอร์ที่ชุดจานหน้ากันบ้างครับผมกับ Power 2 max ng Eco ตัวนี้นะครับเป็นรุ่นรองจากรุ่น ng ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่โปรทีมใช้อยู่ครับเปลี่ยนจากการใช้แบตเตอรี่ที่ชาร์จได้มาเป็นใช้ถ่าน cr2032 อายุการใช้งานของถ่าน 1 ก้อนใหญ่ยาวนานเป็นร้อยๆชั่วโมงครับผมความแม่นยำจาก + – 1% กลายเป็นบวกลบ 2 เปอร์เซ็นต์ว่ากันก็ว่านะครับรู้สึกถึงการใช้งานที่แตกต่างกันหรอกครับในเรื่องของความแม่นยำแต่ราคาหายไปครึ่งนึง ดังนั้น Power 2 max ng Eco เนี่ยน่าสนใจมากๆในปี 2019 ครับ

และสุดท้ายนะครับขอแนะนำไปที่ Quarq D Zero ครับตัวนี้แท้จริงออกมาสักพักนึงแล้วนะครับแต่บังเอิญว่าได้ข่าวว่าผู้นำเข้าในประเทศไทยในช่วงนี้กำลังทำราคาโปรโมชั่นอยู่ถูกลงมามากพอสมควรเลยครับความแม่นยำความเสถียรของ Quarq เนี่ยหลังจากที่ถูกซื้อมาแล้วก็ใช้เป็นส่วนหนึ่งของ power meter บอกได้เลยว่าดีกว่า Quarq ในรุ่นแรกๆที่ออกมาเมื่อประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้วเยอะมากครับดังนั้น Quarq D Zero ที่จัดโปรโมชั่นนะฮะบอกได้เลยว่าในปีนี้น่าสนใจมากๆสำหรับคนที่มองหา power meter ที่จะวัดที่ชุด Spider จานหน้าที่มีความแม่นยำใช้งานง่ายเสถียรและที่สำคัญครับจุดเด่นของ Quarq D Zero ที่ผมชอบก็คือทุกครั้งที่ใช้เนี่ย error จะเกิดขึ้นค่อนข้างน้อยเพราะตัวเขาเองนะฮะมีการคอมเม้นเสทกับความเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติในตลอดเวลาทุกๆครั้งที่คุณเอาออกไปปั่นทุกครั้งที่คุณฟรีขาครับมันจะกลายเป็นการพยายามเซ็ตค่าตัวเองเพื่อให้มีความแม่นยำสูงที่สุดตลอดและนี่ก็คือ 5 power meter ที่น่าสนใจที่สุดในปี 2019 ครับ

ขอบคุณผู้สนับสนุน อยากหาปลอกแขนกันแดดสำหรับปั่นจักรยานต้องที่ xwingbike.com