ผมขอเล่าเรื่องราวคนหนึ่งที่เค้าทีปัญหาสภาพคล่อง เค้าเป็นมนุษย์เงินเดือนและเมื่อ 2 ปีก่อนผมลงทุนในคินโดแบบซื้อขายใบจองและจนถึงปัจจุบันนี้ปมมีคอนโด 2 ห้องที่สร้างเสร็จและผ่อนกับธนาคารและผ่อนกับธนาคารแล้ว ก็คือเราก็จองคอนโดใช่ไหมแล้วก็เก็งกำไรอะไรกันเสร็จแล้ว แล้วตัวเค้าเนี่ยก็มีคอนโดที่ทำแล้วป่อนกับธนาคารเรียบร้อยแล้ว 2 ห้องซึ่งพอผ่อนกับธนาคารแล้วค่างวดมันแพงกว่าผ่อนดาวน์กับโครงการ 2 เท่า ก็คือตัวเวลาเราซื้อคอนโดเค้าก็จะมีใบจองออกมาก่อนและจากนั้นก็ค่อยผ่อนดาวน์ เสร็จแล้วก็ค่อยทำเรื่องโอน

แล้วพอเค้าผ่อนดับธนาคารเค้าก็บอกว่าถ้าผ่อนกับธนาคาร สูงกว่ากับโครงการเท่าตัวเลย ซึ่งปัญหาของเค้าก็คือ เค้ามีคอนโดอีก 5 ห้องที่กำลังจะถึงกำหนดเวลาโอนในปีนี้ และปีหน้าพูดง่ายๆก็คือ มีใบจองที่กำลังผ่อนดาวกันอยู่และต้องเคลียใก้สร็จภายในนี้และปีหน้า 5ห้องซึ่งถ้าโอนทั้งหมดเค้าก็ผ่อนไม่ไหว และส่วนตัวผมคิดว่าไม่ต้องโอนทั่งหมดแค่โอนทุกหลังจนครบมีโอกาศที่จะไม่ได้เพราะว่าเบ็ดเสร็จโอนครบใน 7 ห้องนะ เพราะว่าถ้าเกิดหลังที่ 3 ถ้าคุณผ่อนกับธนาคารคุณจะไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ถูกไหม คุณจะได้แค่ 70 เปอร์เซ็นต์เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องใส่เงินดาวน์เข้าไปใช่ไหม แล้วหลังที่ 4-5-6-7อีกละ ต้องบอกว่าผ่อนไม่ไหวแน่นอน ซึ่งเค้าก็พยายามขายมันมาตลอดแต่ก็ขายไม่ได้ ซึ่งก็แน่นอนครับเพราะว่าช่วงนี้กำลังซื้อมันแย่มากๆ

ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ถ้าเราซื้อไปราคามันก็จะเปลี่ยนเป็นอีกราคาหนึ่งเลยเพราะเค้าก็ต้องหนีตายแล้วก็ต้องปล่อยของ ซึ่งเค้าก็ได้ตัดสินใจปล่อยทิ้ง ดีกว่ารอโอน เพราะทิ้งตอนผ่อนกับธนาคารก็คุณจะเป็นหนี้ที่เสียซึ่ง ผมก็ขอแนะนำและเปรีกับราคาปัจจุบัน เวลาอะไรก็ตามที่มันกำลังเติบโตกรือตัวสินทรัพย์ที่มันมีราคาราคามันจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อ 3-5ปีก่อน ที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ราคามันสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งวันนี้ผมก็อยากจะเปรียบเทียบกันราคาหุ้นที่มันกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ได้บอกว่ามันลงทุนไม่ได้ในเวลานี้เนี่ย แต่ผมอยากจะให้เรารัมัดระวังนะครับ เพียงแต่ว่าความเสี่ยงของอสังหาริมทรัพย์สูงกว่า เพราะว่าเวลาที่ซื้อมันจะต้องใช้แอลเวอร์เรส ในการกู้ยืมมาจากธนาคาร ซึ่งส่วนใหญ่หลายคนก็อาจจะใช้เงินส่วนตัวในการซื้อลงทุนเป็นส่วนใหญ่แต่ว่าอันนี้พอมันเกิดสภาวะแบบนี้ ที่ตลาดก็ไม่ใยดีแล้วพอคุณซื้อไปจองคุณก็อย่าหวังว่าคุณจะได้กำไร เพราะว่ามันไม่สามารถเก็บกำไรได้ เพราะตลาดมันพังลงไป แล้วคุณจะมาเก็บกำไรหาส่วนต่างเยอะๆ หาส่วนต่างมากๆแล้วมันเป็นไปได้ยาก เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวัง อะไรก็ตามที่เป็นการลงทุนเกี่ยวกับการเก็งกำไร เวลาที่คุณคิดเรื่องการเก็งกำไรผม ยากให้คุณคิดแบบนี้ครับ

1.อย่าไปคิดในฝั่งของผลตอบแทนว่าคิดดูว่าเรามี คอนโด 7 หลังแล้วเราได้กำไรทั้ง 7 หลังแล้วเราได้กำไรทั้งหมดจะเกิดอะไรขึ้นเพราะหลายคนชอบคิดว่าถ้ามันได้ทั้ง 7 หลังนี้คือกำไรทั้ง 7 หลักเลยแต่คุณต้องคิดกลับด้านนะครับว่าแล้วถ้า 7ห้องนี้ขายไม่ออกเลยคุณจะโดนอะไร

2.การเป็นนักลงทุน คุณต้องมองที่ความเสียงก่อน เป็นอันดับแรกแล้วค่อยหาวิธีปิดหรือว่าป้องกันความเสี่ยงนั้น แล้วค่อยไปมองว่าผลตอบแทนจะได้ประมาณไหน เท่าไหร่ พูดง่ายๆก็คือว่า พยายามปิดเกมส์เจ๊งของตัวเองก่อนว่าโอกาศที่มันจะเจ๊งเนี่ยเราสามารถรับมือกับมันไหวไหม อย่างเคสนี่ถ้าเค้าถือใบจองประมาณ 2หลังเค้าก็จะรับมือกับมันไหวก็ได้ถ้ามันขายไม่ออก เค้าก็ยังจะสามารถผ่อนด้วยกำลังของตนเองได้แบบนี้เค้าถึงเรียกว่าเป็นการประเมินความเสี่ยง ถ้าเราไหว 2 เราก็ต้องสู้แค่ 2 ไม่ใช่ว่าโลภมากไปถึง 7 เนี่ยแล้วทีนี้ก็ผ่อนดาวน์มาแล้วด้วย ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้ว ผกก็บอกเลยว่าเหนื่อยหน่อย แต่สำหรับเคสนี้ผมแนะนำว่า คุณต้องไปพูดคุยกับทางโครงการ แล้วจะให้เค้าขายแบบมีสาวนลดก็คือ หักเงินดาวน์เราไปบางส่วนเพราะถ้าเราประกาศขายตอนนี้ก็ไม่มีใครซื้อเราก็ผ่อนดาวไปแล้ว เค้าก็อาจจะหักค่าธรรมเนียมลช่วยเราขายให้กับคนใหม่ๆก็ได้ ซึ่งทางออกก็คือ คุณต้องคุยกันกับทางโครงการเท่านั้นนะครับ

ขอขอบคุณ อินดีม