Ducati SuperSport S และ Ducati Panigale ถือว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ที่หลายคนให้ความสนใจและอยากได้มาครอบครองนะครับ วันนี้ผมเลยจะพามาดูกันครับว่ามันมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง เรามาดูที่เบาะคนซ้อนนะครับสังเกตว่าในตัว Supersport เป็นต่อตอนยาวเลยนะครับ ถ้าแกะฝาครอบออกก็จะเป็นเบาะตอนยาวที่มันจะอยู่ต่างชั้นกันไม่มากทำให้คนซ้อนน่ะโอบเอวเอาเป็นว่าคนซ้อนซ้อนสบายซ้อนไม่เหนื่อยนะครับไปด้วยกันกับคนขับไปเรื่อยๆนะครับซึ่งต่างกันอย่างในตะกูลพานิกาเล่นะครับ ถ้าเป็นพวกสปอร์ทจ๋าจะซ้อนไม่ได้เลยโอเคด้วยคำว่า 959 มันก็เป็นรถซุปเปอร์ไบค์ที่เอามาวิ่งบนท้องถนนก็ได้ไปก็เลยบอกตอน 2 ที่ซ้อนให้มานะครับแต่บอกว่าการซ้อนระหว่างรุ่นนี้ Supersport กับซุปเปอร์ไบค์ 959 หรือPanigale 959 ต่างกันอย่างชัดเจนเลยเพราะว่าความสูงคนซ้อนจะสูงขึ้นไปท่านั่งมันจะโน้มขึ้นมาคนซ้อนจะอยู่สูงขึ้นไป มันต่างกันอย่างชัดเจนนะครับทำไมคนซ้อนอาจจะลำบากนิดนึง อาจจะลำบากและเมื่อยไปกับคนขับด้วยกันนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกโจทย์นึงล่ะที่มันต่างกันนะครับ ต่อมาเรามาดูกันที่เครื่องยนต์มันก็สองสูบแอลทูวินเหมือนกันเครื่องเดียวกันได้มั้งเผลอๆ แต่อยากบอกว่ามันคนละเครื่องกันเลยสำหรับ Ducati นะครับเพราะว่าอะไร Panigale จะใช้เครื่องยนต์ซุปเปอร์ควอโด้นะครับจะเป็นแอลทูวินเหมือนกัน ช่วงชักต่างๆเป็นเครื่องยนต์ที่ setup ในรอบสูงนะครับเพราะใช้เพื่อการแข่งขันระหว่างรถสายลากแล้วกัน

แต่มาดูในตัว Supersport นะครับบล็อกนี้สเตต้าเทส 11 องศาแล้วเห็นอยู่ในคุ้นหน้าคุ้นตาใน Ducati แอลทูวินเกือบทุกรุ่นนะครับที่เป็นเครื่องยนต์สายพานขับราวลิ้นนะครับ ด้วยช่วงกำลังมันจะมาอยู่ในช่วงรอบที่ไม่สูงมาก สังเกตุว่าแรงม้าสูงสุดปริมาณที่ 9000 รอบเองแต่เจ้านี้มาที่ 10000 รอบนะครับ อารมณ์สายลากสายแรงดัน มันต่างกันเพราะว่าการใช้งานบนท้องถนนเราไม่จำเป็นต้องลากขนาดนั้นนะครับ ซึ่งสไตร์ของเครื่องยนต์ก็จะต่างกันก็สรุปง่ายๆแล้วมันก็อย่างที่บอกนะครับ คำว่า ซูปเปอร์ไบค์ กับ สปอร์ททัวลิ่ง มันต่างกันอย่างชัดเจนนะครับคนที่นึกภาพไม่ออกถ้านึกถึง Kawasaki zx10r กับ Ninja 1000 นะครับซึ่งมันคนละรุ่นกันเลยเพียงแต่พอมาเป็น Ducati นะคนสับสนเพราะอะไรโดยปกติดีไซน์ที่คำว่าซูปเปอร์ไบค์ กับ สปอร์ททัวลิ่ง ค่ายนั้นๆจะดีไซน์ให้มันแบ่งแยกกันแบบชัดเจนแล้วว่าหน้าตาเขาว่ารถสปอร์ตมันก็ให้มันดูสปอร์ตไปเลย สำหรับรถ sport touring มันก็เป็นอีกกลิ่นนึงอารมณ์นึงบางคนก็เรียกว่ามันจะเชยกว่ารถสปอร์ตนิดนึงนะครับแต่ในตัว Ducati เนี่ยส่วนตัวผมว่าดีไซน์ในตัว Supersport มันมีความ sport สูงกว่าคำว่า sport touring พอสมควรเลยนะครับกลิ่นอายหลายๆอย่างการดีไซน์เนี่ยเอาว่ามันก็สไตน์ของ Ducati นะครับค่อนข้างหล่อ หล่อแล้วสปอร์ตมากแต่มันคือรถ Sport touring นะครับ ถ้าโจท์ของคุณใช้เพื่อการเดินทางออกทริปเป็นชีวิตจิตใจบอกได้เลยว่า Supersport เป็นรถที่ค่อนข้างตอบโจทย์พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งที่ค่อนข้างสบายขับขี่ว่าขับไปเรื่อยๆสบายๆไปเรื่อยๆโดยช่วงล่างที่ไม่กระด้างมาก มีการเทโค้งเซ็ตอัพโช๊คมาให้เหมาะกับโค้งบนท้องถนนที่มันเป็นโค้งใหญ่ๆนะครับ มันจะต่างกันกับไอ้เจ้าตัว Supersport ที่อารมณ์ถ้าเกิดขับขี่จะรู้เลยว่ามันจะเด้งๆหน่อยนะครับแต่ในข้อดีของซูปเปอร์ไบค์มันเด้งๆเนี่ยมันก็จะคืนไวพับไวนะครับในโค้งแคบคงใหญ่นะครับ อันนี้ก็อย่างที่บอกแม้กระทั่งโช๊คมันก็ต่างกันแล้วล่ะ การเดินทางความสะดวกสบายแม้กระทั่งเกจ์น้ำมันหลายคนสงสัยว่าทำไม Ducati รถระดับนี้อย่าว่าแต่ 959 เลยเอาว่า 1299 คันละล้านแปดนะครับไม่มีเกจ์น้ำมันไอ้นี่คือระดับเกจ์น้ำมันนะครับจะมีไฟบอกก็ต่อเมื่อมันจะหมดเป็นไฟเตือนสีส้มเหมือนในรถยุกเก่าๆนะครับ ต่างกันกับในตัว Supersport มีระดับเกจ์บอกอย่างชัดเจนเลยถามว่าทำไมไอ้นี่แพงกว่าแม้กระทั่งตัวที่แพงกว่ามันทำไมถึงไม่มีเกจ์น้ำมัน โจท์มันออกแบบเพื่อใช้ในสนามเพื่อการแข่งขันนะการใส่เกจ์น้ำมันไปผมว่ามันเพิ่มน้ำหนักจะเพิ่มต้นทุนนะครับ ซึ่งเอาไว้ในสนามนะผมว่าส่วนใหญ่เนี่ยอย่าว่าแต่ฝาเลย ฝาก็ออกมาเป็นฝ่ามือเอามือหมุนออกแบบง่ายๆนะเพราะใช้ระบบเขย่าฟังเอาง่ายกว่า ซึ่งจะต่างกับสายเดินทางแล้วซึ่งบางทีเราเดินทางแบบยาวๆเลย 200 กว่าโลเราต้องดูระดับแล้วแหละว่าจะได้คำนวณตัวเองกินน้ำมันครึ่งถังต้องแวะเติมหรือยังหรือว่าจะรอให้มันหมดมากกว่านี้หรือจะไปอะไรก็ว่ากันไปเพราะว่ามันต่างกันนะครับ

ขอบคุณ bb2hand.com ถ้าต้องการขายรถบิ๊กไบค์มือสองต้องที่นี่เท่านั้น